Category Archives: เศรษฐกิจ

คำสอนของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

ทีมงาน GMBiZ  ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ทรงพระราชทานแก่ พสกนิกรชาวไทย ในหลายๆโอกาส โดยทั้ง 9 คำสอนนี้ถือเป็นประโยชน์ สามารถใช้ยึดถือเป็นแนวทางในการดำรงค์ชีวิตได้ ในวิถีแห่งความพอเพียง พออยู่ พอกิน และคงไว้ซึ่งความดี ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้สังคมที่เราอยู่เป็นสังคมที่ดี   1.คนดี “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” (พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512) 2.อนาคตทำนายได้ “ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน” (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519) 3.ความดี “การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี” (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525)… Read More »

ออมสิน เท 2 หมื่นล้าน ช่วยแก้หนี้นอกระบบ พร้อมเดินสายทั่วประเทศ

ธนาคารออมสิน กันเงิน 2 หมื่นล้าน ช่วยเหลือกลุ่มผู้ค้ารายย่อย ผลักดันสู่โครงการธนาคารประชาชนพร้อมเดินสายจัด “โครงการตลาดนัด ประชารัฐสีชมพู” ทั่วประเทศ ตามแผนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีความพร้อมเต็มที่ในการดำเนินตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล และสามารถดำเนินการได้ทันทีหากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติ โดยขณะนี้ได้เตรียมวงเงินไว้สำหรับ 2 หมื่นล้านบาท รองรับเพื่อใช้ในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งสามารถผลักดันลูกหนี้นอกระบบเหล่านี้เข้าโครงการธนาคารประชาชนได้ทันที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดให้ลูกหนี้นอกระบบเข้ามาลงทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ผ่านเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และชุมชนหมู่บ้านจากนั้นจะมีการส่งรายชื่อให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับเจ้าหนี้ จะมีมาตรการจูงใจให้เข้ามาลงทุนเพื่อการปล่อยกู้อย่างเป็นธรรม โดยกระทรวงการคลังกำลังศึกษาออกกฎหมาย เพื่อให้เจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้ในอัตราต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จากการสำรวจลูกหนี้นอกระบบประมาณ 1.3 ล้านราย ในปัจจุบัน หากคัดกรองช่วยเหลือครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 6-7 แสนราย วงเงินรวม 5 หมื่นบาท ใช้เงินช่วยเหลือประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ถ้าเป็นลูกค้าเกษตรกรจะส่งให้ ธ.ก.ส.ดูแล และหากเป็นผู้ค้ารายย่อยธนาคารออมสินดูแล คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.75-1 ต่อเดือน หรือเฉลี่ยผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 บาทเท่านั้น  … Read More »

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งานมหกรรมการเงินครั้งที่ 16 Money Expo 2016

เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ งานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 16 Money Expo 2016    ที่ วารสารการเงินธนาคาร  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2559 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Digital Life Digital Money ชีวิตดิจิทัล การเงินดิจิทัล” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมไทยและสังคมโลก ที่กำลังก้าวไปสู่ “โลกดิจิทัล” อย่างแท้จริง  โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์        รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 เวลา 08.39 น. นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่างานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 6 Money Expo 2016  จัดอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร  โดยมีธนาคาร… Read More »

นายกฯสั่งปรับแผนแจงไอซีเอโอ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิดรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปปรับแผนการแก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบจากการตรวจสอบกรมการบินพลเรือน(บพ.)ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอซีเอโอโดยแยกให้ชัดเจนถึงแผนการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนและระยะยาวว่าในแต่ละขั้นตอนนั้นมีแนวทางดำเนินการอย่างไรขณะเดียวกันต้องชี้แจงให้เห็นว่าการทำงานนั้นได้ดำเนินการทั้งระดับกรมระดับกระทรวงและระดับรัฐบาล เพื่อทำให้ไอซีเอโอเห็นความจริงใจว่ารัฐบาลได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงแต่การแก้ไขปัญหาบางเรื่องจำเป็นต้องใช้เวลาเกินกว่าที่ไอซีเอโอกำหนดจึงต้องให้กระทรวงคมนาคมไปชี้แจงให้ทราบล่วงหน้าก่อนโดยมั่นใจว่าแนวทางแก้ไขปัญหาเช่นนี้น่าจะได้รับความเชื่อมั่นจากไอซีเอโอมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า  แผนการแก้ไขปัญหาด้านการบินนั้นได้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะแรกหรือระยะเร่งด่วนซึ่งกำลังทำอยู่และได้เร่งรัดในทุกด้านรวมทั้งได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรมช.คมนาคม ไปชี้แจงกับไอซีเอโอว่าแผนการทำงานทั้งหมดเป็นอย่างไรเพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับไอซีเอโอโดยยอมรับว่ามีปัญหาหลายอย่างมากและไทยมีสายการบินมีมากกว่า 70 สาย ทั้งที่องค์กรไม่ได้พัฒนาแต่กลับเพิ่มสายการบินมากขึ้นจึงทำให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รวมทั้งยังมีกติกาอีกกว่า 500 ข้อที่น่าสงสัยว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย “ต้องถามว่าปัญหาเหล่านี้ใครทำมาและทำไมถึงปล่อยให้เป็นอย่างนั้นซึ่งเวลานี้กำลังทบทวน และให้รมว.คมนาคม ไปดูว่าสายการบินใดที่ไม่เรียบร้อยไม่ถูกต้องก็ต้องระงับการบิน จะได้มั่นใจซึ่งเรื่องนี้ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย” นอกจากนี้ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้สายการบินที่ผ่านมาตรฐานสามารถบินต่อได้ ซึ่งตรงนี้ต้องอธิบายโดยอาจให้เพื่อนบ้านมาช่วยตรวจสอบรับรองหรืออาจจ้างบุคคลภายนอกแล้วตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจชั่วคราวขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ส่วนระยะที่สองเป็นเรื่องกฎหมายจะปรับองค์กรอย่างไรก็ทำให้ชัดเจน ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นายกฯสั่งปรับแผนแจงไอซีเอโอ

หุ้นไทย 20 เม.ย. ปิดตลาดลบ 6.53 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้(20 เม.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวันโดยปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร เนื่องจากการลดความเสี่ยงหลังการปรับขึ้นสูงของกลุ่มพลังงานและผลการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารที่ทยอยออกมาอาจไม่เป็นตามคาดการณ์  นอกจากนี้บรรยากาศการลงทุนทั่วภูมิภาคยังมีความกังวลปัญหาหนี้กรีซกดดันเป็นระยะ ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุด 1,556.25 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,567.04 จุด   จนมาปิดตลาดที่ 1,560.32 จุด ลดลง 6.53 จุด หรือ 0.42% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 38,876.82 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท.  ปิดที่ 352.00 บาท ลดลง 9.00 บาท 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 233.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 170.50 บาท ลดลง 4.50 บาท 4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 188.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 5.ธ.ทหารไทย ปิดที่  2.80 บาท ลดลง 0.08 บาท ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทย 20 เม.ย. ปิดตลาดลบ 6.53 จุด

เบรกรถร่วมฯขึ้นราคา

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหรือ รถร่วม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ขอขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีก 2 บาทว่าอยากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงค่าโดยสารไว้เท่าเดิมก่อนเนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องการทำให้ประชาชนมีความสุขจึงเห็นว่าควรชะลอเรื่องการพิจารณาขึ้นค่าโดยสารออกไปและจะยังไม่ให้ปรับค่าโดยสารขึ้นช่วงนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อประชาชนได้และที่สำคัญเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมเพิ่งอนุมัติให้ค่าโดยสารไปแล้ว1 บาท นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดมาตรการลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชนในโครงการรถเมล์และรถไฟฟรีใหม่ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ว่าจะสรุปรายละเอียดมาตรการเสนอให้ ครม. พิจารณาได้เดือนเม.ย.นี้จากนั้นกระทรวงมหาดไทยจะเปิดให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิส่วนลดค่าโดยสาร50%มาลงทะเบียนขอรับสิทธิ ณ ที่ว่าการอำเภอและสำนักงานเขตภายในเดือนพ.ค.เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์และให้การรับรองสิทธิ์โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ช่วงแรกจะยังไม่สามารถออกบัตรให้กับผู้มีรายได้น้อยได้ทันแต่เบื้องต้นอาจจัดทำเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์หรือสติ๊กเกอร์เพื่อแจกให้ผู้มีรายได้น้อยติดที่บัตรประชาชนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับสิทธิไปก่อนคาดจะสามารถแจกสติ๊กเกอร์ให้แล้วเสร็จได้ภายในเดือนก.ค.นี้  สำหรับเป้าหมายผู้ใช้บริการขณะนี้ชัดเจนแล้วว่ามี2กลุ่มคือ กลุ่มที่ได้สิทธิใช้บริการฟรี  ได้แก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60ปี เด็กที่มีอายุ14 ปีหรือต่ำกว่า ทหารผ่านศึก พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี และกลุ่มผู้ใช้บริการที่ได้ส่วนลดค่าโดยสาร50%ได้แก่ ผู้มีรายได้น้อย  นักเรียนนิสิต   และกลุ่มคนว่างงาน แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องการตีความคำว่าผู้มีรายได้น้อยว่าควรจะคิดจากระดับรายได้เท่าไรจึงจะเหมาะสม   ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบรกรถร่วมฯขึ้นราคา

ทูต 40 ประเทศแห่ฟังผลงาน 6 เดือนพาณิชย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เวลา15.00 น. วันที่ 20 เม.ย. 58 กระทรวงพาณิชย์ได้แถลงนโยบายผลงาน 6 เดือนของกระทรวงพาณิชย์ ( 12 ก.ย. 57- 12 มี.ค. 58)โดยมีผู้สื่อข่าวจำนวนมากมาร่วมทำงานพร้อมทั้งได้เชิญ , เอกอัครราชทูต, อุปทูต, เลขานุการเอกด้านเศรษฐกิจ,ผู้ช่วยทูตด้านการพาณิชย์, เจ้าหน้าที่สถานทูตประมาณ 40 ประเทศมาร่วมฟังผลงานพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยในการแถลงผลงาน6 เดือนของกระทรวงพาณิชย์ ( 12 ก.ย. 57- 12 มี.ค. 58) ว่าขณะนี้กระทรวงพาณิชย์มีแผนยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้านในการดำเนินงานในช่วง 6เดือนข้างหน้าประกอบด้วย การเร่งแก้ปัญหาการส่งออกไทย, การดูแลราคาสินค้าเกษตร,การเตรียมความพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และ ผลักดันให้ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยสามารถขยายธุรกิจในเวทีระดับโลกให้มากขึ้นเพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งและมีความยั่งยืน“ด้านการส่งออกในวันที่21 เม.ย.นี้จะเชิญภาคเอกชนมาหาแนวทางในการเพื่อศักยภาพการผลิตสินค้าและการทำตลาดใหม่ๆส่วนด้านการดูแลราคาสินค้าเกษตรก็จะเร่งหารือกับกระทรวงเกษตรฯอย่างใกล้ชิดในการผลักดันให้เกษตรกรปลูกสินค้าที่มีคุณภาพตรงความต้องการตลาดโลกส่วนด้านเออีซีนั้นแม้ว่าหลายหน่วยงานได้ดำเนินต่อเนื่องแต่ในส่วนกระทรวงก็จะเร่งพัฒนาการค้าชายแดนให้มากขึ้นและสุดท้ายด้านการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีก้าวสู่เวทีโลกมากขึ้นก็จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการช่วยเหลือมากขึ้น”สำหรับผลงานของระทรวงพาณิชย์ในรอบ6 เดือนที่ผ่านมานั้นได้มีการแก้ปัญหาที่คั่งค้างมาจากรัฐบาลที่ผ่านมา เช่นการระบายข้าวในสต็อกซึ่งได้ประมูลทั่วไป 6ครั้งและขายข้าวฤดูใหม่ให้กับรัฐบาลต่างประเทศ 4 สัญญา ปริมาณ 3 ล้านตัน มูลค่ารวม36,000 ล้านบาท… Read More »